← กลับหน้าบทความ35 นาทีในการอ่าน

Vercel vs Coolify สำหรับ ERP ภายในบริษัท: ราคา ลิมิต และแผน Hybrid ที่คุ้มสุด (2026)

ERP ภายในควรขึ้น Vercel หรืออยู่ Coolify? รวมราคา 2026 ลิมิต function/storage และแผน Hybrid พร้อมคำแนะนำ

#vercel#coolify#erp#deployment#pricing

Vercel vs Coolify สำหรับ ERP ภายในบริษัท: ราคา ลิมิต และแผน Hybrid ที่คุ้มสุด (2026)

ERP ที่รันอยู่แล้วทั้งระบบจะย้ายขึ้น Vercel ดีไหม หรืออยู่บน Coolify ที่มีอยู่แล้วดีกว่า — และแผน “Database อยู่ Coolify + ประมวลผลบน Vercel” เวิร์กจริงแค่ไหน บทความนี้รวมตัวเลขราคาปี 2026, ลิมิตทางเทคนิคที่มีผลกับแอปตัวใหญ่ (ไฟล์เยอะ + lib หนักเป็น GB), และข้อสรุปสำหรับทีมที่ใช้งานแค่ภายในบริษัท

ตัวเลขในบทความนี้ดึงจาก docs ทางการของ Vercel (หน้า Pricing, Limits, Functions Limitations, Fair Use Guidelines, Hobby Plan) และบทวิเคราะห์ราคาปี 2026 หลายเจ้า ลิงก์อ้างอิงอยู่ท้ายบท ราคา Vercel เปลี่ยนบ่อย (บทวิเคราะห์ของ bex.co นับได้ 4 รอบใน 20 เดือน) — ก่อนจ่ายจริงให้เช็กหน้า vercel.com/pricing อีกรอบ

คำตอบสั้น ๆ สำหรับคนรีบ#

  1. ERP บริษัทใช้ Vercel แผนฟรี (Hobby) ไม่ได้ — Hobby จำกัดเฉพาะงานส่วนตัวที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ (non-commercial, personal use only) งานที่พนักงานที่ได้รับค่าจ้างเขียน/ใช้งานเพื่อธุรกิจเข้าข่าย commercial use ตามนิยามใน Fair Use Guidelines (นับรวมถึงงานที่ paid employee/consultant เขียนโค้ด — เคส internal tool ยังมีคนถกเถียงในคอมมูนิตี้ ปลอดภัยสุดคือเริ่มที่ Pro) ต้องเริ่มที่ Pro ($20/เดือนสำหรับคน deploy) เป็นอย่างต่ำ — seat นับเฉพาะคนที่มีสิทธิ์ deploy ใน Vercel dashboard ส่วนพนักงานที่แค่ใช้งาน ERP ไม่นับเป็น seat
  2. ERP ตัวใหญ่ + lib หนักคือจุดอ่อนที่สุดของ Vercel — function bundle จำกัด 250 MB (uncompressed) ต่อ function, request/response body สูงสุด 4.5 MB, ไม่มี persistent disk — node_modules ระดับ GB ต้องลดขนาดก่อน ไม่ใช่ยกไปวางได้เลย
  3. “พูกลางดึง lib” (cache) มีทั้งสองฝั่ง แต่ไม่ใช่ของวิเศษ — Vercel มี build cache + Turborepo Remote Cache (ฟรีแล้ว) ช่วยให้ build ครั้งถัดไปเร็วขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ bundle ใหญ่หายไป Coolify ใช้ Docker layer cache ได้เหมือนกันและไม่มีเพดาน bundle
  4. Storage บน Vercel คิดแยกหลายมิเตอร์ — lib ใน node_modules ไม่ได้ถูกคิดเป็นค่า Blob storage ตรง ๆ แต่ไปโดนมิเตอร์อื่นแทน (build minutes, Active CPU, bundle limit) ส่วนไฟล์อัปโหลด/รูป/ดัมพ์ DB ต้องไปอยู่ Blob/Postgres ซึ่งคิดเงินแยก
  5. สำหรับ ERP ใช้ภายใน: Coolify คุ้มกว่าชัดเจน — VPS เครื่องเดียวจบทั้งแอป + database + worker + cron ไม่มีค่า bandwidth/invocation รายหัว ส่วน Vercel มีค่า seat คน deploy ($20/เดือน นับเฉพาะคน deploy ไม่นับคนใช้แอป) + add-on ล็อก production (Password Protection ประมาณ $150/เดือน บน Pro) ที่แอป internal จำเป็นต้องใช้
  6. Hybrid (DB อยู่ Coolify + แอปรันบน Vercel) ทำได้ แต่มีค่าธรรมเนียมซ่อนอยู่ — คือ latency ข้ามเน็ต, ต้องเปิด database ออกอินเทอร์เน็ต (Vercel ไม่มี static IP ให้ allowlist ยกเว้น Enterprise), และต้องจัดการ connection pooling เอง

1. “พูกลางดึง lib” คืออะไร — Vercel มีจริงไหม ดีกว่า Coolify ตรงไหน#

สิ่งที่ทีมไปได้ยินมาว่า “Vercel มี pull กลางสำหรับดึง lib” น่าจะหมายถึง 1 ใน 3 อย่างนี้ ซึ่งมีจริงทั้งหมด แต่ต้องเข้าใจให้ถูกว่ามันช่วยอะไรและไม่ช่วยอะไร

1.1 Build cache + dependency cache ของ Vercel#

  • ทุกครั้งที่ deploy Vercel จะ install dependencies ใหม่จาก lockfile (detect package manager อัตโนมัติจาก pnpm-lock.yaml/package-lock.json/ฯลฯ ตาม docs ทางการ) แล้ว build — แต่มี build cache / dependency caching ช่วยให้ build ซ้ำเร็วขึ้น ไม่ต้องโหลดใหม่ทั้งหมดทุกครั้ง
  • ถ้าใช้ monorepo + Turborepo จะมี Vercel Remote Cache (ฟรีทุกแผนตั้งแต่ Dec 2024 ตาม changelog ทางการ) แชร์ cache ระหว่างเครื่อง dev กับ CI ได้ ประหยัดเวลา build ได้มากในทีม
  • ผลลัพธ์: ประหยัด “เวลา build” ไม่ใช่ “ขนาด lib” — cache ช่วยเรื่องความเร็ว แต่ขนาด bundle สุดท้ายยังต้องผ่านด่าน 250 MB อยู่ดี

1.2 Docker layer cache บน Coolify (ของที่มีอยู่แล้ว)#

  • Coolify deploy ด้วย Docker — Dockerfile ที่เขียนดี (COPY package.json + install ก่อน COPY source) จะได้ layer caching อัตโนมัติ: เปลี่ยนแค่โค้ด ไม่ต้องโหลด lib ใหม่เลย
  • ตั้ง registry mirror / pull-through cache เองได้บนเครื่อง (เช่น Verdaccio สำหรับ npm, หรือ Docker registry mirror) ถ้าทีมอยากมี “พูกลาง” ของตัวเองจริง ๆ — อยู่ใน LAN บริษัท ดึงเร็ว ไม่เสีย bandwidth ออกนอก
  • ข้อได้เปรียบ: ไม่มีเพดานขนาด bundle แบบ Vercel — image 2–3 GB ก็รันได้ถ้าดิสก์พอ

1.3 ตารางเทียบเรื่อง lib/ไฟล์ใหญ่#

ประเด็น Vercel Coolify (self-hosted)
วิธี deploy git push → install + build บน cloud git push → docker build บนเครื่องตัวเอง
cache lib ข้าม build มี (build cache / Remote Cache) มี (Docker layer cache)
เพดานขนาด function/bundle 250 MB uncompressed (Python 500 MB; มี beta “large functions” ถึง 5 GB ต้องเปิด flag) ไม่มี (จำกัดแค่ดิสก์เครื่อง)
node_modules ระดับ GB ต้องลด (diet deps, output tracing, แยก service) ไม่ลด = deploy ไม่ผ่าน วางได้เลย แค่เปลืองดิสก์กับเวลา build ครั้งแรก
monorepo ใหญ่ build นาน กิน build minutes (มีโควตา) กินแค่เวลาเครื่องตัวเอง ไม่เสียเงินเพิ่ม
ตั้ง npm mirror ส่วนตัว ไม่ได้ (ใช้ registry ภายนอกของ Vercel) ได้ (Verdaccio/Nexus ใน LAN)

สรุปข้อ 1: ถ้าปัญหาคือ “ไฟล์ ERP ใหญ่มาก + lib เยอะจนลง Coolify ตรง ๆ ไม่ได้” — ต้องถามก่อนว่าติดที่ตรงไหน เพราะถ้า image ใหญ่จน build บน Coolify ไม่ไหว การย้ายไป Vercel จะยิ่งไม่ไหว (Vercel เพดานเล็กกว่า) ทางแก้ที่ถูกคือ ลดขนาด/แยก service ไม่ใช่ย้ายแพลตฟอร์ม

2. Storage คิดเงินยังไง — lib นับด้วยไหม#

คำถามนี้ต้องแยก storage ออกเป็น 4 ก้อน เพราะ Vercel คิดแยกกันหมด

2.1 lib (node_modules) — ไม่ได้คิดเป็นค่า storage ตรง ๆ แต่โดนทางอ้อม#

  • Vercel ไม่มีมิเตอร์ค่าเก็บโค้ดแยกในหน้าราคา — โค้ด + lib ไม่ไปโผล่ในบิล Blob storage (อนุมานจากโครงสร้างมิเตอร์ในหน้าราคา ไม่ใช่ข้อความตรง ๆ จาก docs)
  • แต่ lib หนักไปโดน 3 ด่านแทน:
    1. Bundle limit 250 MB — เกินคือ deploy ตก (ทางออกคือ beta large functions 5 GB หรือลด deps)
    2. Build minutes — install + build นาน กินโควตา (Hobby ~6,000 นาที/เดือน, Pro ~24,000 นาที/เดือน เกินคิดเพิ่ม)
    3. Active CPU / Provisioned Memory ตอนรัน — function ที่โหลด lib หนัก cold start ช้า กิน memory นาน = บิล compute แพงขึ้น
  • เทียบกับ Coolify: lib หนัก = เปลืองแค่ดิสก์ VPS (หลักร้อย GB ตามแพ็กเกจ) ไม่มีบิลแยก

2.2 ไฟล์งานจริง (อัปโหลด, รูป, รายงาน, ดัมพ์) — ต้องใช้ Vercel Blob / Postgres / KV#

Vercel Functions ไม่มี persistent disk (เขียนไฟล์ไว้แล้วหายเมื่อ instance ดับ) ไฟล์ ERP ทุกอย่างต้องออกไปอยู่ storage ภายนอก:

  • Vercel Blob (ที่เก็บไฟล์): มีโควตาฟรี (ระดับ Hobby หลัก GB เล็ก ๆ, Pro หลัก ~100 GB) ส่วนเกินคิดประมาณ $0.023/GB/เดือน (storage) + ค่า transfer ออก ~$0.05–0.08/GB (ตัวเลขจากสื่อรวมราคาปี 2026 — เช็กหน้าทางการก่อนจ่าย)
  • Vercel Postgres (ผ่าน Neon): Hobby เริ่มต้น ~256 MB + 60 compute hours/เดือนฟรี, Pro เริ่ม ~$20/เดือนที่ ~512 MB — เกินคิดตาม usage ของ Neon อีกบิล (ตัวเลขจากสื่อรวมราคาปี 2026 — Postgres/KV คิดบิลโดย Neon/Upstash โดยตรง เช็กหน้าทางการก่อนจ่าย)
  • Vercel KV (ผ่าน Upstash/Redis): Hobby 256 MB + หลักหมื่นคำสั่ง/เดือนฟรี, Pro starter ~$1/เดือน + คิดต่อล้านคำสั่ง ($0.20/1M) + storage (~$0.50/GB) (ที่มาเดียวกัน)
  • หมายเหตุสำคัญ: ปลายปี 2024 Vercel เลิก Postgres/KV แบบ built-in แล้วหันไปขายผ่าน Marketplace (Neon/Upstash) ตามบทวิเคราะห์ของ bex.co — แปลว่า บิล database แยกอีกเจ้าต่างหาก ไม่ได้รวมใน $20

2.3 เทียบกับ Coolify เรื่อง storage#

  • Database (Postgres/MySQL/Redis/Mongo/MinIO) รันเป็น container บนเครื่องเดียวกัน กด one-click ได้ (สื่อรวบรวมไว้ ~280+ services) — storage = ดิสก์ VPS ที่จ่ายเหมาอยู่แล้ว (เช่น VPS 160 GB เก็บ ERP + DB + backup ได้สบาย)
  • ไฟล์อัปโหลดเก็บเป็น volume บนดิสก์ได้เลย ไม่ต้องแก้โค้ดย้ายไป object storage (แต่ควรทำ backup ออกข้างนอก)
  • ข้อควรระวัง: ดิสก์เต็ม = ทุก service บนเครื่องล่มพร้อมกัน ต้องตั้ง monitoring + backup — เป็นงานที่ Vercel ทำให้ฟรีแต่ Coolify ต้องทำเอง

3. CPU / RAM / Network คิดเงินยังไง (หัวใจของบิล Vercel)#

Vercel ยุคใหม่ใช้โมเดล Fluid compute + Active CPU pricing (เปิดเป็นค่าเริ่มต้นแล้ว) แนวคิดคือจ่ายเฉพาะตอน CPU ทำงานจริง ไม่จ่ายตอนรอ I/O (รอ database, รอ AI) แต่ยังจ่ายค่า memory ตลอดเวลาที่ request ค้างอยู่

3.1 สูตรคิด (Pro, ราคาเริ่มต้นโซน US ถูกสุด)#

  • Active CPU: เริ่มต้น ~$0.128/ชั่วโมง (โซนแพงอย่าง São Paulo/Tokyo ~$0.20–0.22/ชั่วโมง — โซนใกล้ไทยที่สุดคือ Singapore (sin1) ~$0.160/ชั่วโมง) นับเฉพาะมิลลิวินาทีที่โค้ดรันจริง
  • Provisioned Memory: เริ่มต้น ~$0.0106/GB-ชั่วโมง นับตลอดอายุ instance ตั้งแต่ request เข้าจนตัวสุดท้ายจบ (รอ DB ก็นับ)
  • Invocations: ~$0.60/ล้านครั้ง (ตามสื่อรวมราคา — นับทุก API call, SSR render, middleware)
  • Bandwidth (Fast Data Transfer): รวม 1 TB/เดือนบน Pro เกินคิดตามโซน (~$0.15–0.40/GB ตามสื่อรวมราคา — ทางการระบุแค่ regionally priced) — Pro มีเครดิต usage $20/เดือนต่อทีม (ไม่คูณตามจำนวน seat, หมดอายุทุกรอบบิล) มาหักลบก่อน
  • โควต้าฟรี Hobby: Active CPU ~4 ชม./เดือน, memory ~360 GB-ชม./เดือน, invocations ~1M/เดือน, bandwidth 100 GB/เดือน — เกินคือ pause ไม่ใช่เก็บเงินเพิ่ม

3.2 ตัวอย่างบิล ERP ภายใน (ประมาณการให้เห็นภาพ)#

สมมติมีคน deploy แค่คนเดียว ใช้ ERP ภายใน วันละ ~200–500 requests หนักบ้าง (รีพอร์ต, นำเข้าไฟล์):

  • Vercel Pro: seat คน deploy $20/เดือน (คนใช้ ERP กี่คนก็ไม่เพิ่ม) + usage (traffic ภายในน้อย น่าจะอยู่ในเครดิต $20 ของทีมได้) + ถ้าต้องล็อก production ด้วย password (ดูข้อ 4) บวกอีก ~$150/เดือน → รวม $20–190/เดือน (700–7,000 บาท)
  • Coolify: VPS สเปกกลาง (เช่น 4 vCPU / 8 GB / 160 GB / bandwidth หลัก TB) €10–25/เดือน (400–900 บาท) จบ ไม่มี seat ไม่มี invocation ไม่มี add-on
  • จุดที่ Vercel แพงกระฉูดคือ traffic สาธารณะ + ไฟล์ใหญ่ (bandwidth เกิน 1 TB คิด ~$0.15–0.40/GB — เกินนิดเดียวบิลพุ่งหลายร้อยดอล) แต่ ERP ภายใน traffic น้อย ปัญหาหลักจะเป็น add-on ล็อก production มากกว่า

3.3 ลิมิตเทคนิคที่มีผลกับ ERP โดยตรง#

ลิมิต Hobby Pro กระทบ ERP ยังไง
Function memory 2 GB 4 GB (ปรับได้, มี 2 vCPU) รีพอร์ตใหญ่/นำเข้า Excel หลักหมื่นแถวต้อง fit ในนี้
Function duration สูงสุด ~300 วิ (default ~300 วิ — บล็อกเก่ายุคก่อน Fluid compute อ้าง 10–60 วิ) default ~300 วิ ขยายได้ ~800 วิ (beta ~1800 วิ) งาน batch นาน ๆ ต้องเช็กให้จบใน limit ของแผน
Request/response body 4.5 MB 4.5 MB อัปโหลดไฟล์/ส่งออกไฟล์ใหญ่ผ่าน function ไม่ได้ ต้องอัปโหลดตรงไป Blob/R2
Concurrency auto-scale ถึง ~30k ~30k (Enterprise 100k+) เหลือเฟือสำหรับ internal
Region 1 region (default US) เลือกได้หลาย region (ใกล้ไทย = Singapore) Hobby อาจช้ากว่าเพราะ region ไกล + เลือกไม่ได้
WebSocket / long-lived conn ไม่มี (serverless) ไม่มี ERP ที่มี realtime/แจ้งเตือนผ่าน WS ต้องใช้ Pusher/Ably หรืออยู่ Coolify
Background job / queue / cron หนัก จำกัดด้วย duration จำกัดด้วย duration + บิล worker ยาว ๆ อยู่ Coolify ดีกว่า (ไม่มีเพดาน)
Local filesystem ephemeral (หายได้) ephemeral ห้ามพึ่งการเขียนไฟล์ local เด็ดขาด

4. ลงโปรเจกต์ได้กี่อัน + ล็อกให้ใช้ภายในทำยังไง (ข้อนี้ตัดสินเกม)#

4.1 จำนวนโปรเจกต์#

  • Hobby: ~200 โปรเจกต์ ต่อทีม — เยอะพอสำหรับ dev ทั่วไป
  • Pro: ไม่จำกัด (unlimited) — seat ($20/เดือน) นับเฉพาะคนที่มีสิทธิ์ deploy เพิ่มโปรเจกต์ไม่เพิ่มเงิน และเพิ่มคนใช้แอปก็ไม่เพิ่มเงินเช่นกัน
  • Coolify: ไม่จำกัด โปรเจกต์/services/databases — จำกัดแค่สเปกเครื่องตัวเอง แถม preview env ต่อ PR ฟรี (ของที่ Vercel เอาไปผูกกับแผนจ่ายเงิน)

4.2 ล็อกแอปให้ใช้แค่ภายใน — ค่าใช้จ่ายที่หลายทีมลืม#

นี่คือกับดักใหญ่สุดของ “ERP ภายในแต่จะขึ้น Vercel”:

  • Hobby: ล็อกได้แค่ preview deploy (Vercel Authentication) — production domain เปิดสาธารณะเสมอ ล็อกไม่ได้ → ใช้กับ ERP ไม่ได้อยู่ดี
  • Pro: เปิด scope “All Deployments” ล็อก production ได้ แต่ถ้าอยากได้แบบ password เดียวแชร์กันทั้งบริษัท ต้องซื้อ add-on แบบจ่ายเพิ่ม — ตามหน้า docs ทางการระบุแค่ “paid add-on” ส่วนสื่อรายงานราคาประมาณ ~$150/เดือน ทับบน Pro อีกที
  • Enterprise: มี Trusted IPs (allowlist IP ออฟฟิศ) + SSO/SAML + audit log + SLA 99.99% — แต่ราคา custom (สื่อรายงาน entry ~$3,500/เดือน)
  • Coolify: ล็อกฟรีทุกแบบ — firewall, VPN/Tailscale, basic auth หน้า reverse proxy, หรือก๊อปสูตรเดียวกับที่ทีมใช้อยู่แล้วอย่าง Cloudflare Access / Zero Trust (เหมือนโปรเจกต์ AIContent ที่ซ้อนหลัง Cloudflare Access) — ไม่เสียเพิ่มสักบาท

คิดเลขข้อนี้ข้อเดียว: ERP internal บน Vercel = $20 (deploy คนเดียว) + ~$150 add-on ล็อก production (ถ้าใช้ password) ส่วน Coolify = $0 เพิ่ม

5. แผน Hybrid: DB อยู่ Coolify + ประมวลผลบน Vercel — ดีไหม#

แผนนี้ทำได้จริงและเป็นสถาปัตยกรรมที่ทีม SaaS ใช้กันเยอะ (frontend/SSR บน Vercel + database ภายนอก) แต่ต้องรับ 4 ต้นทุนนี้ให้ได้

5.1 สิ่งที่ต้องทำ#

  1. เปิด database ออกอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย — Vercel Functions ใช้ IP หมุนเวียน (dynamic, เปลี่ยนตลอด) ไม่มี static IP ให้เอาไป allowlist ยกเว้น Enterprise (Secure Compute) ดังนั้นต้องเปิด port DB สู่สาธารณะแล้วป้องกันด้วย TLS + รหัสผ่านแข็ง + firewall + rate limit (หรือใช้บริการ pooling อย่าง Neon/Supabase แทนการเปิดเอง)
  2. Connection pooling บังคับ — serverless เปิด connection ถล่ม DB ได้ในพริบตา (scale 0→1000) ต้องมี PgBouncer/Prisma Accelerate/Neon pooled endpoint ไม่งั้น DB บน Coolify ล้ม
  3. Latency สิงคโปร์ → เซิร์ฟเวอร์บริษัท — ตั้ง Vercel region เป็น Singapore (ใกล้สุด) แล้วยิงกลับมา DB ที่ไทย/ออฟฟิศ ทุก query บวกเพิ่ม (ประมาณการ ~30–80ms ต่อ query ถ้าเพจหนึ่งยิง 20 queries อาจช้าลงเป็นวินาที) ต้องรวม query + cache (KV) ช่วย
  4. Secret + migration — connection string อยู่ใน env ของ Vercel, migration รันจาก CI หรือจาก Coolify — แยก ownership ให้ชัดว่าใครเป็นเจ้าของ schema

5.2 เมื่อไหร่ hybrid คุ้ม / ไม่คุ้ม#

  • คุ้มเมื่อ: อยากได้ preview deploy ทุก PR + edge เร็ว ๆ สำหรับหน้าสาธารณะบางส่วน (เช่น หน้าเว็บขาย/landing) ส่วน ERP หนัก ๆ ยังอยู่ Coolify — แยกเป็น 2 แอป ไม่ใช่แอปเดียวคร่อมสองโลก
  • ไม่คุ้มเมื่อ: ERP ทั้งก้อนเป็น monolith เดียวที่ query DB ถี่ยิบ — latency + ความซับซ้อน + บิล 2 ทาง (Vercel compute + VPS) แพงกว่าและช้ากว่ารัน monolith บน Coolify ที่เดียวจบ
  • ทางเลือกที่ 3 (แนะนำ): อยู่ Coolify ทั้งหมด + Cloudflare Tunnel/Access — ได้ทั้งความปลอดภัยแบบ internal, ไม่ต้องเปิด port, auth ฟรี, latency ใน LAN — คือสูตรเดียวกับที่ AIContent ใช้อยู่ (Vercel + Cloudflare Access) แค่ย้ายมาเป็น Coolify + Cloudflare Tunnel แทน

6. ตารางตัดสิน Vercel vs Coolify สำหรับ ERP ภายใน#

เกณฑ์ (ERP internal) Vercel Pro Coolify (มีเครื่องแล้ว) ผู้ชนะ
ค่าใช้จ่าย/เดือน (deploy คนเดียว) ~$20 + usage + อาจ +$150 add-on ~400–900 บาท (VPS) Coolify
Database ในตัว ไม่มี (จ่าย Neon/Upstash แยก) มี (1-click, รวมในเครื่อง) Coolify
แอปไฟล์ใหญ่/lib หนัก GB เพดาน 250 MB + body 4.5 MB แค่ดิสก์พอจบ Coolify
งานนาน (รีพอร์ต/batch/worker/cron) เพดาน duration + คิดเงินตามวินาที ไม่จำกัด Coolify
WebSocket/realtime ไม่มี (ต้องใช้ 3rd-party) มี native Coolify
ล็อกใช้ภายใน Password (add-on จ่ายเพิ่ม ~$150 ตามสื่อ) / SSO ต้อง Enterprise ฟรี (VPN/firewall/Access) Coolify
Preview ทุก PR / collab ดีที่สุดในตลาด มี แต่โลคัล Vercel
Edge เร็วทั่วโลก edge network ทั่วโลกของ Vercel เร็วแค่ใกล้เซิร์ฟเวอร์ Vercel (แต่ ERP internal ไม่ต้องการ)
ดูแลระบบ ไม่ต้องดูแล (managed) ต้องดูแลเอง (backup/update/security) Vercel
Compliance (SOC2/HIPAA/SLA) มีบน Enterprise ทำเองทั้งหมด Vercel (ถ้าต้องใช้)
Commercial use ถูก ToS Pro ขึ้นไป (Hobby ผิด) ไม่มีข้อจำกัด เสมอ (แต่ Hobby ใช้ไม่ได้)

7. แผนแนะนำตามสถานการณ์ทีม#

สถานการณ์ A — แนะนำ (ทีมมี Coolify แล้ว + ERP monolith ใหญ่): อยู่ Coolify ทั้งระบบ

  1. แยก ERP เป็น services บน Coolify: app + Postgres + Redis + worker + cron อยู่เครื่องเดียวกันก่อน
  2. ลดขนาด image (multi-stage build, .dockerignore node_modules/.git, pnpm + store แชร์) — แก้ปัญหาต้นตอ “ไฟล์ใหญ่ลงไม่ได้”
  3. ครอบด้วย Cloudflare Tunnel + Access (auth ฟรี) แทนการเปิด port — ได้ ERP internal ที่ปลอดภัยโดยไม่จ่าย Vercel
  4. ตั้ง backup อัตโนมัติ (DB dump + volume snapshot ออกข้างนอก) + monitoring (Uptime Kuma/Healthchecks ติดตั้งใน Coolify ได้ 1-click)

สถานการณ์ B — อยากลอง Vercel จริง: แยกเฉพาะส่วนที่เหมาะไปก่อน

  • เอาแค่ landing page / เว็บสาธารณะ / หน้า preview ไป Vercel ส่วน ERP core + DB อยู่ Coolify
  • อย่ายก monolith ทั้งก้อนไป Vercel ในรอบเดียว — ค่า refactor (แยกไฟล์อัปโหลดไป Blob, แยก worker, แก้ WS, pooling DB) ใหญ่กว่าค่าเซิร์ฟเวอร์หลายเท่า

สถานการณ์ C — บังคับใช้ Vercel ทั้ง ERP (ไม่แนะนำ แต่ถ้าจะทำ): เช็กลิสต์ก่อนจ่าย

  • Pro ทุก dev ที่ deploy ($20/คน) + ตั้ง spending limit + alert ตั้งแต่วันแรก
  • เปิด region Singapore + connection pooling + TLS ไป DB
  • งบ Password Protection add-on (~$150/เดือนตามสื่อ — ทางการระบุแค่ paid add-on) หรือทำ auth ในแอปเอง (SSO/username+password + IP check)
  • ย้ายอัปโหลดไฟล์ไป direct-upload Blob/R2 (ห้ามผ่าน function 4.5 MB)
  • แยก worker/cron นาน ๆ ออกไปไว้นอก Vercel (เช่น ไว้บน Coolify เครื่องเดิม)
  • ทดสอบรีพอร์ตหนักสุดว่าจบใน duration limit ของแผน

อ้างอิง#